การส่งและการรับฟุตบอล

        การส่งลูกบอล หมายถึง  การที่ผู้เล่นเตะหรือเขี่ยลูกบอลส่งไปให้ผู้เล่น

ฝ่ายเดียวกันรับได้ในจังหวะที่สะดวกสบายด้วยส่วนต่างๆของร่างกายตามกติกา  โดยเลือกวิธีการส่งที่ได้เปรียบคู่ต่อสู้ให้มากที่สุดถูกต้อง  แม่นยำ และรวดเร็วที่สุด

        การรับลูกบอล  หมายถึงการที่ผู้เล่นสามารถรับหรือหยุดลูกจากการเตะหรือ

เขี่ยส่งลูกบอลของเพื่อนร่วมทีมไว้เพื่อเล่นต่อไปได้ รวมถึงการสกัดหรือตัด

รับลูกบอลจากฝ่ายตรงข้าม  โดยไม่ผิดกติกา

ประโยชน์ของการเล่นกีฬาฟุตบอล 

1.  เป็นกีฬาที่ช่วยฝึกฝนให้ผู้เล่นมีไหวพริบที่ชาญฉลาดและแก้ปัญหาอย่างฉับพลันได้ดี

2.  ช่วยทำให้ระบบต่างๆภายในร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขั้น  เช่น  ระบบกล้ามเนื้อ

     ระบบการหายใจ  ระบบขับถ่าย  ระบบไหลเวียนโลหิตดีขั้น

3.ฟุตบอลเป็นกีฬาที่ช่วยส่งเสริมกิจกรรมที่รวมการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติของมนุษย์เกือบ

    ทุกชนิด  เช่น  การวิ่งหลบหลีก  หลอกล่อ  การแย่ง  การรับ การส่ง  การกระโดด  การเตะ 

     ตลอดจนการใช้เท้าให้สัมพันธ์กับสายตาด้วย

4.  ฟุตบอลเป็นกีฬาที่มีกฏ  กติกา  ผู้เล่นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฏ  กติกาการแข่งขัน  ดังนั้นการเล่นฟุตบอล  ช่วยสอนให้ผู้เล่นรู้จักความยุติธรรม  ปฏิบัติตนให้อยู่ในขอบเขตอันพึงควรกระทำ  สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน  ให้รู้จักการเคารพสิทธิของผู้อื่น  มีความอดกลั้น  อดทน  ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

5. ฟุตบอลเป็นกีฬาที่ส่งเสริมให้เกิดความรักใคร่สามัคคีในหมู่คณะ

6.  สำหรับผู้เล่นฟุตบอลที่ดีย่อมมีโอกาสได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนของชาติ  ยังเป็นหนทางที่ทำให้คนรู้จัก  อันเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงอีกทางหนึ่งด้วย

7. ปัจจุบันผู้เล่นมีความสามารถสูงยังมีสิทธิได้เข้าศึกษาต่อระดับสูงบางสาขา

มารยาทของผู้ชมฟุตบอล

  1.  ไม่กล่าวถ้อยคำหรือแสดงกิริยาเยาะเย้ยถากถางผู้เล่นที่เล่นผิดพลาด

        2.  แสดงความยินดีแก่ผู้เล่นที่เล่นดี  เช่นการปรบมือเป็นต้น

        3. ไม่กระทำตัวเป็นผู้ตัดสินเสียเอง  เช่นตะโกนด่าว่ากรรมการ

        4.  ไม่เชียร์ในสิ่งที่เป็นการส่อเสียดในทางไม่ดีต่อทีมใดทีมหนึ่ง

        5.  ไม่กระทำสิ่งใดๆ  ที่ทำให้ผู้ตัดสินหรือเจ้าหน้าที่อื่นๆ  ปฏิบัติงานไม่สะดวก

        6.  ไม่กระทำสิ่งใดๆ  อันเป็นการกีดขวางการเล่นของผู้เล่น

 

มารยาทของผู้เล่นฟุตบอล

         1.  แต่งกายให้เหมาะสมกับการเล่นฟุตบอล

        2.  ไม่แสดงกิริยาหรือกล่าวถ้อยคำอันไม่สุภาพต่อผู้ดูหรือผู้เล่นอื่นๆ

        3.  ไม่แสดงกิริยาอาการไม่พึงพอใจ หากเพื่อนร่วมทีมเล่นผิดพลาด

        4.  ลงสนามแล้วเคารพผู้ดูอย่างมีระเบียบ

        5.  ปฏิบัติตามกติกาการเล่นโดยเคร่งครัด

        6.  ไม่กระทำการใดๆ  อันเป็นการยั่วยุหรือกลั่นแกล้งผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม

        7.  ไม่กระทำการใดๆอันเป็นการเจตนาถ่วงเกมการเล่น

        8.  เชื่อฟังการตัดสินของผู้ตัดสินโดยไม่แสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมแก่ผู้ตัดสิน

            ในการตัดสิน

        9.  ก่อนและหลังการแข่งขันเสร็จสิ้นแล้ว ควรจับมือกับผู้เล่นของทีมฝ่ายตรงข้าม

             ไม่ว่าทีมของตนจะแพ้หรือชนะก็ตาม

 

หลักทั่วไปในการโหม่งลูกบอล 

        1.  ตามองลูกบอลตลอดเวลา  ไม่ควรหลับตาจะทำให้มองไม่เห็นลูกบอล

        2.  หันหน้าเข้าหาลูก  เกร็งคอ  หุบปาก  ยื่นศรีษะออกไป  โดยใช้หน้าผากตั้งแต่

            เชิง ผมถึงเหนือคิ้วเป็นบริเวณที่กระทบลูกบอล

        3.  กำมือหลวมๆ  กางแขนเสมอไหล่  เพื่อช่วยการทรงตัว

            เวลาโหม่งให้ดึงมือเข้าหาตัว  เพื่อช่วยเพิ่มกำลังและป้องกันการปะทะกันด้วย

        4.  ถ้าต้องการให้ลูกไปทางขวาหรือทางซ้าย  ขณะที่หน้าผากถูกลูก

             ให้เอี้ยวคอและหันหน้าไปทางนั้น  โดยการใช้เอวและ  การโยกตัว

              จะช่วยในการโหม่งได้ดียิ่งขึ้น

        5.  การกระโดดโหม่งต้องหัดกระโดดขึ้นทั้งเท้าเดียวและสองเท้าเพื่อหา

             จังหวะโหม่งที่ดี

        6.  ขณะโหม่งต้องจำไว้เสมอว่า  ต้องลืมตา  เกร็งคอ พับเอว  ยกแขนขึ้น 

              การเปลี่ยนทิศทางให้ไปตามทิศทางต่างๆ  ใช้แรงส่งจากสะโพกช่วย

              ถ้าเป็นระดับหน้าอก  ก็ก้มคางลดลงเล็กน้อยถ้าต้องการให้ลูกลงสู่พื้นให้

              กดคางชิดอก  พร้อมกับหดตัวแบบถอยทั้งตัว