สังคมไทย

สังคมไทย หมายถึง  กลุ่มชนชาติที่อาศัยอยู่ร่วมกันในประเทศไทย  มีขนบธรรมเนียมประเพณีแบบไทย  มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นต่างจากสังคมอื่น  ได้แก่  ภาษาพูด  ภาษาเขียน  การแต่งกาย  ความเชื่อ  มารยาท  อาหาร  การดำเนินชีวิตที่มีพุทธศาสนาเป็นพื้นฐาน  เป็นต้น

สิ่งแวดล้อมที่เป็นตัวกำหนดลักษณะของสังคม

1.สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ สังคมไทยตั้งอยู่ในเขตร้อนที่มีฝนตกชุก ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ และอุดมสมบูรณ์ไปด้วนพืชพรรณธัญญาหาร สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติเช่นนี้ ทำให้สังคมไทยเป็นสังคมไทยเป็นสังคมเกษตรกรรมมาตั้งแต่อดีต

2.สิ่งแวดล้อมทางวัฒนธรรม เกิดขึ้นจาก2ส่วน คือส่วนหนึ่องเป็นวัฒนธรรมที่เราประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมาเอง ซึ่งมักจะสอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ และอีกส่วนหนึ่งเราได้รับอิทธพลทางวัฒนธรรมจากสังคมอื่น แล้วนำมาดัดแปลงให้เหมาะสมกับสภาพการดำเนินชีวิตในสังคม

3.สิ่งแวดล้อมทางสังคม เป็นสิ่งแวดล้อมที่มีทั้งสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตเกิดจากการกระทำของมนุษย์หรือมีอยู่ตามธรรมชาติ เช่น อากาศ ดิน หิน แร่ธาตุ น้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง ทะเลสาบ ทะเล มหาสมุทร พืชพรรณสัตว์ต่าง ๆ ภาชนะเครื่องใช้ต่าง ๆ ฯลฯ สิ่งแวดล้อมดังกล่าวจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยเฉพาะมนุษย์เป็นตัวการสำคัญยิ่งที่ทำให้สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงทั้งในทางเสริมสร้างและทำลาย

ลักษณะของสังคมไทย

สังคมชนบท ชาวชนบท มักประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ท มักประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ขนาดของชุมชนมีขนาดเล็ก จึงทำให้คนในชุมชนรู้จักมักคุ้นกัน ค่าครองชีพต่ำ คือสามารถอยู่หากินได้ดีกว่าชุมชนเมือง ยังสามารถพึ่งอาศัยทรัพยากรธรรมชาติ ความเจริญและเทคโนโลยีสมัยใหม่ยังไม่ทั่วถึง มีการรวมตัวกันง่ายกว่าชุมชนเมือง ซึ่งมีกลุ่มอาชีพผลประโยชน์แตกต่างกัน

สังคมเมือง  มีความสะดวกสบายในด้านการคมนาคมขนส่ง การสื่อสารมากกว่าชนบท มีการพึ่งพาอาศัยกันน้อยกว่าในชนบท เพราะสามารถพึ่งตนเองได้ชาวเมืองมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางศาสนาสังคมน้อยกว่าชนบท มีการแบ่งชนชั้นทางสังคมด้วยฐานะทางเศรษฐกิจตำแหน่งหน้าที่สูงกว่าชนบท มีสถาบันทางเศรษฐกิจสังคม ตั้งอยู่มากกว่าชนบท

สถาบันสังคมที่สำคัญของสังคมไทย

1.สถาบันครอบครัว หมายถึง สถาบันสังคมที่เกี่ยวข้องกับแบบแผนการสมรส การอบรมเลี้ยงดูบุตร และแบบแผนความสัมพันธ์ระหว่างเพศ    ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าเป็นความถูกต้องทางสังคม

สถาบันครอบครัวเป็นสถาบันพื้นฐานของสังคมมนุษย์ มีองค์ประกอบสำคัญดังนี้

1.1 องค์การ ได้แก่ ครอบครัวซึ่งประกอบด้วยสมาชิกที่อยู่อาศัยในครัวเรือนเดียวกัน เช่น บิดา มารดา บุตร และวงศาคณาญาติที่สัมพันธ์เกี่ยวข้องโดยสายโลหิตหรือโดยการสมรส หรือโดยการเป็นบุตรบุญธรรม
1.2 องค์มติ คือ เลี้ยงดูสมาชิกใหม่ ถ่ายทอดวัฒนธรรมของสังคมไปสู่สมาชิกใหม่ ซึ่งเป็นกระบวนการขัดเกลาทางสังคมเพื่อให้เด็กเติบโตที่สมาชิกที่ดีของสังคม หน้าที่อื่นๆได้แก่ การสนองความต้องการทางจิตใจ ทำหน้าที่ให้ความรัก ความอบอุ่นแก่สมาชิก
1.3 องค์พิธีการ สถาบันครอบครัวประกอบไปด้วยแบบแผนพฤติกรรม ซึ่งเป็นบรรทัดฐานทางสังคม ซึ่งได้แก่ ขนมธรรมเนียมประเพณีของสังคม หลายประการ เช่น ประเพณีการหมั้น การสมรส
1.4 องค์วัตถุ สัญลักษณ์ของสถาบันครอบครัวที่สำคัญ เช่น แหวนหมั้น แหวนแต่งงาน เป็นต้น

2.สถาบันการศึกษา หมายถึง สถาบันสังคมซึ่งเกี่ยวข้องกับแบบแผนการขัดเกลาและการถ่ายทอด
วัฒนธรรม การให้ความรู้ และการฝึกทักษะอาชีพ เพื่อความเป็นสมาชิกที่เหมาะสมแก่สังคม
สถาบันการศึกษา มีองค์ประกอบที่สำคัญ ดังนี้

2.1 องค์การ ได้แก่ องค์การต่างๆในสถาบันการศึกษา เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย สมาคมทางการศึกษา เป็นต้นจะประกอบไปด้วย ครู อาจารย์ นักวิจัย
วิทยากรผู้ให้การอบรม เป็นต้น

2.2 องค์มติ ถ่ายทอดความรู้ วัฒนธรรม และทักษะ อันจำเป็นในการดำรงชีวิตของสมาชิกในสังคมการผลิตกำลังแรงงานทางเศรษฐกิจ ตามความต้องการทางสังคม

2.3 องค์พิธีการ สถาบันการศึกษาประกอบไปด้วยแบบแผนพฤติกรรมต่างๆเช่น การจัดระบบการศึกษา แบบแผนการเรียนการสอน แบบแผนความประพฤติของนักเรียน นักศึกษา เป็นต้น

2.4 องค์วัตถุ สถาบันการศึกษาจะปรากฎในองค์การทางศึกษาต่างๆ เช่นเข็มเครื่องหมายของโรงเรียน สีประจำโรงเรียน เป็นต้น

3.สถาบันศาสนา หมายถึง สถาบันสังคมที่เกี่ยวข้องกับแบบแผนระบบความเชื่อ และความศรัทธาต่อสิ่งที่เคารพบูชาของสมาชิกในสังคม สถาบันศาสนามีความสำคัญต่อการหล่อหลอมความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของสมาชิกในสังคม

3.1 องค์การ ได้แก่ คณะสงฆ์ กลุ่มผู้ปฏิบัติธรรม เป็นต้น โดยมีตำแหน่งหรือสถานภาพทางสังคมแตกต่างกัน เช่น พระสังฆราช เจ้าอาวาส ภิกษุ สามเณร ฆราวาส เป็นต้น

3.2 องค์มติ สร้างความเป็นปึกแผ่นให้แก่สังคม ทำให้เกิดความสามัคคีและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สร้างเสริมและถ่ายทอดวัฒนธรรมแก่สังคม ศาสนาเป็นบ่อเกิดแห่งวัฒนธรรมในสังคมอย่างมากมาย โดยเฉพาะวัฒนธรรมทางคติธรรม และวัฒนธรรมทางวัตถุที่มีคุณค่าแก่สังคม

3.3 องค์พิธีการ ย่อมเป็นไปตามหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ และเป็นไปตามประเพณีทางศาสนานั้นๆ เช่น ประเพณีการบวช ประเพณีการทำบุญในวันสำคัญทางศาสนา เป็นต้น

3.4 องค์วัตถุ สัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนา ได้แก่ พระพุทธรูป ในเสมา ธรรมจักร เป็นต้น สำหรับค่านิยมของแตกต่างไปตามหลักสถาบันศาสนา ของศาสนานั้นๆ เช่น พระพุทธศาสนามีค่านิยมและความเชื่อในเรื่องบาปบุญที่แต่ละบุคคลกระทำ เป็นต้น
4.สถาบันเศรษฐกิจ หมายถึง สถาบันสังคมที่เกี่ยวข้องกับแบบแผนการสนองความต้องการเกี่ยวกับความจำเป็นทางวัตถุ เพื่อการดำรงชีวิต เป็นแบบแผนพฤติกรรมทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การกระจายสินค้าและบริการไปสู่ผู้บริโภค ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์

4.1 องค์การ กลุ่มสังคมในสถาบันเศรษฐกิจมีเป็นจำนวนมาก เช่น กลุ่มบุคคลในบริษัท ร้านค้า โรงงาน และองค์การทางเศรษฐกิจต่างๆ แต่ละกลุ่มสังคมประกอบไปด้วยตำแหน่งและบทบาทหน้าที่ ซึ่งเกี่ยวข้องสันพันธ์กัน

4.2 องค์มติ ผลิตสินค้า เพื่อสนองความต้องการของสมาชิกในสังคมชีพ เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค บ้านเรือนที่อยู่อาศัย และกระจายสินค้าที่ผลิตไปสู่สมาชิกในสังคมอย่างทั่วถึง

4.3 องค์พิธีการ ประกอบด้วยแบบแผนพฤติกรรมที่มีความสำคัญในการดำรงชีวิตร่วมกันของสมาชิกในสังคม ได้แก่ แบบแผนในการผลิตสินค้า แบบแผนการจัดระบบการตลาดและการบริการ แบบแผนของการประกอบอาชีพต่างๆ

4.4 องค์วัตถุ สถาบันเศรษฐกิจส่วนใหญ่ เป็นสัญลักษณ์ขององค์การสังคมต่างๆของสถาบันเศรษฐกิจ เช่น เครื่องหมายการค้า สัญลักษณ์

5.สถาบันการเมืองการปกครอง เป็นสถาบันสังคมที่เป็นแบบแผนที่เกี่ยวข้องการสนองความต้องการของสมาชิกในการดำรงชีวิตตามกฏระเบียบของสังคม ควบคุมกลุ่มคนต่างๆ ในสังคมให้ดำรงชีวิตร่วมกันอย่างมีระเบียบและมีความปลอดภัย

5.1 องค์การ ประกอบด้วยกลุ่มสังคมต่างๆที่สำคัญที่มีการจัดระเบียบอย่างชัดเจนที่เรียกว่าองค์การ เช่น สภานิติบัญญัติ คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม พรรคการเมือง เป็นต้น

5.2 องค์มติ สร้างระเบียบกฏเกณฑ์ให้แก่สังคม โดยมีองค์การที่ทำหน้าที่สร้างกฎหมายเพื่อคุ้มครองให้ระบบความสัมพันธ์ของสถาบันอื่นๆ ในสังคมดำเนินไปตาม วัตถุประสงค์ของสถาบันนั้น

5.3 องค์พิธีการ ประกอบไปด้วยแบบแผนพฤติกรรม เพื่อสนองหน้าที่ต่างๆของสถาบันให้บรรลุผล เช่น แบบแผนพฤติกรรมในการเลือกตั้ง แบบแผนพฤติกรรมในการประชุมรัฐสภา แบบแผนการสอบสวนและพิจารณาคดี เป็นต้น

5.4 องค์วัตถุ สัญลักษณ์ที่สำคัญของสถาบันการเมืองการปกครอง ได้แก่ ธงชาติ เพลงชาติ เครื่องหมายสัญลักษณ์ขององค์การราชการแต่ละแห่ง เป็นต้น สำหรับค่านิยมของสถาบันการเมืองการปกครอง มีความแตกต่างกันตามวัฒนธรรมของแต่ละสังคม เช่น ค่านิยมในการปกครองระบอบประชาธิปไตย

ค่านิยมของสังคมไทย

ค่านิยม คือ สิ่งที่กลุ่มสังคมหนึ่งๆ เห็นว่าเป็นสิ่งที่น่านิยม น่ากระทำ น่ายกย่อง เป็นสิ่งที่ถูกต้องดีงาม เหมาะสมที่จะยึดถือพึงปฏิบัติร่วมกันในสังคม

ค่านิยมเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม เนื่องจากมีการเรียนรู้ปลูกฝังและถ่ายทอดจากสมาชิก รุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง สังคมแต่ละสังคมจึงมีค่านิยมแตกต่างกันไป ค่านิยมช่วยให้การดำเนินชีวิตในสังคมมีความสอดคล้องสัมพันธ์กัน และทำให้การดำเนินชีวิตของสมาชิกมีเป้าหมายช่วยสร้างความปึกแผ่นให้แก่สังคม

ค่านิยมที่ควรปลูกฝันในสังคมไทย ได้แก่

1.การรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์   2.ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่   3.ความกตัญญูกตเวที   4.ความซื่อสัตย์สุจริต5.การเคารพผู้อาวุโส   6การนิยมของไทย     7.การประหยัด

การเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย

                การเปลี่ยนแปลงเป็นลักษณะธรรมชาติของสังคมมนุษย์และย่อมเกิดขึ้นในทุกสังคม แต่จะเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับกาลเวลาและอาจเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือเลวลงก็ได้

ประเภทของการเปลี่ยนแปลง เราอาจจำแนกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคมออกเป็น 2 ประเภทคือ

1) การเปลี่ยนแปลงทางสังคม หมายถึง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสังคมและระบบความสัมพันธ์ของกลุ่มคน เช่น ความสัมพันธ์ในครอบครัวระหว่างพ่อ แม่ ลูก นายจ้าง ลูกจ้าง เป็นต้น

2) การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม หมายถึง การเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิต ความรู้ ความคิด ค่านิยม อุดมการณ์ และบรรทัดฐานทางสังคม ซึ่งรวมถึงขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆของสังคม โดยรับวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาสู่วัฒนธรรมไทย เป็นเหตุให้ละเลยหรือหลงลืมวัฒนธรรมไทยบางอย่าง

แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย

สังคมไทยปัจจุบัน ผ่านเข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์ หรือโลกไร้พรมแดนที่มีการรับรู้ข้อมูล ข่าวสารทั่วโลกอย่างรวดเร็ว โดยไม่อาจควบคุมด้วยเครื่องมือเทคโนโลยี หรือกฎหมายของรัฐได้ สังคมไทยจึงเป็นสังคมที่สามารถรับวัฒนธรรมจากทุกมุมโลก ทำให้เกิดการนำวัฒนธรรมหลายอย่างมาใช้ เชน แฟชั่นการแต่งกาย การตกแต่งร่างกาย การใช้คำพูดตามคำโฆษณา การใช้เวลาว่างตามห้างสรรพสินค้า

 

ปัญหาสังคมของไทยและแนวทางในการแก้ปัญหา

ปัญหาสังคม คือ ปัญหาหรือสภาวการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม และสภาวการณ์นั้นกระทบกระเทือนต่อคนส่วนมากในสังคม เป็นวิถีทางที่ไม่พึงปรารถนา

1.ปัญหาประชากร ปัจจุบันประเทศไทย ประสบกับปัญหาประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีจำนวนประชากรมากจนไม่อาจจัดสรรทรัพยากรต่างๆให้เพียงพอได้

แนวการแก้ปัญหา การวางแผนครอบครัว และการให้ศึกษาเรื่องประชากร

2.ปัญหาสิ่งเสพติด เป็นปัญหาสำคัญของชาติในปัจจุบัน เนื่องจากมีการระบาดอย่างรุนแรงทั้งในเขตเมือง และชนบทโดยเฉพาะในกลุ่มของเยาวชน

แนวทางแก้ปัญหา การให้ความรู้เรื่องโทษของสิ่งเสพติด การร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครองเพื่อดูแลความประพฤติของเด็กอย่างใกล้ชิด การส่งเสริมสุขภาพจิต

3.ปัญหาสิ่งแวดล้อดล้อมเป็นพิษ สิ่งแวดล้อมเป็นพิษได้ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ อากาศเสียเต็มไปด้วยควันไอเสียจากรถยนต์ ฝุ่นละอองจากโรงงาน คนสูดอากาศเป็นพิษทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ น้ำในลำคลองเน่าเหม็น ใช้อุปโภคบริโภคไม่ได้ เพราะโรงงานต่าง ๆ ปล่อยน้ำเสียลงไปในแม่น้ำ ลำคลอง ประชาชนทิ้งเศษขยะเน่าเหม็นลงแม่น้ำ ฯลฯ

แนวทางแก้ปัญหา การใช้มาตรการทางกฏหมายควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษที่เป็นปัญหาของสังคม

 

4.ปัญหาความยากจน สภาพการดำรงชีวิตของบุคคลที่มีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย ไม่สามารถจะหาสิ่งจำเป็นมาสนองความต้องการทางร่างกาย และจิตใจได้อย่างเพียงพอ จนทำให้บุคคลนั้นมีสภาพความเป็นอยู่ที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่สังคมวางไว้ ความยากจนขึ้นอยู่กับมาตรฐานของแต่ละสังคม

แนวทางแก้ปัญหา พัฒนาด้านการศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพของประชากร

5.ปัญหาอาชาญกรรม เป็นการกระทำที่มีความผิดทางอาญา อันมีผลกระทบต่อการอยู่ร่วมกันของประชาชนในสังคม รัฐจำเป็นต้องออกกฏหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ร่างกาย ชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน

แนวทางแก้ปัญหา รัฐต้องเร่งแก้ไขปัญหาความยากจน ปัญหาการว่างงาน การขาดแคลนที่ดินทำกิน

6.ปัญหาโรคเอดส์ เป็นปัญหาที่สำคัญในระดับชาติ เพราะการแพร่กระจายของโรคเอดส์เป็นไปอย่างรวดเร็ว และอาจลุกลามเข้าสู่สถาบันครอบครัวและประชาชนกลุ่มอื่น ๆ โดยยากที่จะแก้ไขจึงถือเป็นภารกิจเร่งด่วนและสำคัญประการหนึ่งที่จะต้องดำเนินการ เพื่อป้องกันและควบคุมการขยายตัว

แนวทางแก้ปัญหา ให้ความรู้เรื่องโรคเอดส์และเพศศึกษา