ก้าวแรกของวัยรุ่น นับจากที่เราเริ่มรู้ตัวเองว่ากำลังแตกเนื้อหนุ่มหรือกำลังเป็นสาวน้อย เราจะต้องเผชิญกับสิ่งใหม่มากมายทั้งเรื่องที่เกิดกับร่างกายและกับจิตใจตัวเองด้วยความตื่นเต้น โดยเฉพาะเรื่องความรู้สึกทางเพศซึ่งเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ที่เข้ามา

       จากการพบปะพูดคุยระหว่างเยาวชนที่ทำงานในประเด็นเรื่องเอดส์ -เพศ ที่ผ่านมา พบว่าปัญหาที่แท้จริงของวัยรุ่น หาใช่ “การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร” แต่เป็น “การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยและรับผิดชอบ”
ดังนั้นการกล่าวว่า เด็กมีเพศสัมพันธ์ ก่อนวัยอันควร จึงไม่ใช่ปัญหาที่แท้จริง เพียงแต่เป็นปรากฎการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้น เท่านั้น เท่าที่ผ่านมาการดำเนินการแก้ไขปัญหาและสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นการแก้ไขแบบเฉพาะหน้า ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่ยั่งยืน อย่างเช่น ในกรณีป้องกันการ ”พลอดรัก”บนรถเมล์ จะใช้วิธีการแก้ โดยการเปิดไฟภายในรถเมล์ให้สว่างทุกดวงโดยเฉพาะบริเวณท้ายรถ

ความรู้สึกทางเพศนี้เป็นความรู้สึกตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจของเรา ความรู้สึกนี้จะกระตุ้นให้เราเริ่มสนใจเพศตรงข้าม อยากมอง อยากรู้จักใกล้ชิด และรู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมาทันทีเมื่อได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่เราปิ๊ง อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณอีกอย่างหนึ่งที่บอกว่าเรากำลังก้าวเข้าสู่ความเป็นหนุ่มเป็นสาว และกำลังเริ่มที่จะรู้จักกับความรักในอีกรูปแบบหนึ่ง นั่นคือ ความรักแบบคู่รัก

         หลายคนมักจะเข้าใจว่า “ผู้ชายมีความรู้สึกทางเพศมากกว่าผู้หญิง” และความเชื่อแบบเก่ายังกระทำต่อผู้หญิงอีกว่า ห้ามแสดงออกทางเพศ ต้องเก็บงำเอาไว้ให้มิดชิด จนบางครั้งหลายคนเข้าใจว่าผู้หญิงที่ดีไม่ควรมีความรู้สึกทางเพศเกิดขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทั้งผู้หญิงและผู้ชายมีความรู้สึกทางเพศเกิดขึ้นได้เหมือนๆ กัน เพราะมันเป็นเรื่องที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมา แต่จะมีมากหรือน้อยก็แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล 
   
       ในระหว่างเพศหญิงกับเพศชายนั้น เราไม่สามารถบอกได้อย่างชัดเจนหรอกว่าเพศไหนจะมีความรู้สึกทางเพศมากหรือน้อยกว่ากัน เพราะมันเป็นเรื่องเฉพาะของแต่ละคน แต่สิ่งหนึ่งที่รู้กันและเป็นความจริงก็คือผู้ชายจะมีความไวต่อความรู้สึกทางเพศได้ง่ายกว่าผู้หญิง หรืออีกนัยหนึ่งคือถูกกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศได้ง่ายกว่านั่นเอง และอีกอย่างหนึ่งผู้ชายกับผู้หญิงมักจะคิดเกี่ยวกับเรื่องเพศแตกต่างกัน และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือทั้งสองคนไม่ค่อยชอบพูดคุยกันให้เข้าใจ (ส่วนหนึ่งก็เพราะเราถูกฝึกมาไม่ให้พูดคุยเรื่องนี้กันให้เข้าใจ และอย่างเปิดเผยจริงใจด้วยแหละ) สิ่งนี้เองที่นำพาให้คนสองคนเข้าไปสู่การมีเพศสัมพันธ์กันโดยไม่ตั้งใจ เมื่อมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันตามลำพังสองต่อสอง
     
       ผู้ชายหลายคนมักจะคิดเข้าข้างตนเอง (เป็นธรรมชาติของมนุษย์) ว่า การที่ผู้หญิงยอมไปไหนกับตนสองต่อสอง หรืออยู่ด้วยกันตามลำพังนั้นเป็นเพราะผู้หญิงเองก็อยากมีเพศสัมพันธ์เหมือนกับตนเช่นกัน ในขณะที่ผู้หญิงนั่น การยอมไปกับผู้ชายที่ตนรักตามลำพังส่วนใหญ่เกิดขึ้นเพราะความรู้สึกไว้วางใจ เชื่อใจ และรู้สึกรักเขา แต่ยังไม่ได้คิดว่าอยากจะมีเพศสัมพันธ์กับเขา แต่ก็ไม่ทันได้ระวังตัวและไม่รู้เท่าทันความคิดคู่ของตนจึงทำให้เพศสัมพันธ์เกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย เพื่อป้องกันปัจจัยเสี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร หรือถ้าเกิดเหตุการณ์ในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ก็ต้องหาทางช่วยเหลือให้คำแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสม โรงเรียนควรจัดกิจกรรมเพื่อป้องกันปัจจัยเสี่ยง ดังนี้
      
     1.การสอนเรื่องเพศศึกษาในโรงเรียน ครูและอาจารย์จำเป็นต้องสอนให้วัยรุ่นเกิดความตระหนักถึงผลเสียของการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน สอนถึงวิธีการป้องกัน การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร
     2.การให้คำปรึกษารายกลุ่มกับวัยรุ่นในกลุ่มเสี่ยง 
     3.การจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เช่น กิจกรรมกีฬา การทัศนศึกษา  อาสาสมัคร  ปฏิบัติธรรม เป็นต้น

การป้องกันปัจจัยเสี่ยงสำหรับวัยรุ่น
     1.มีแฟน  โดยไม่มีเพศสัมพันธ์
     2.ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
     3.หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในสถานที่เสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์
     4.เตือนตัวเองอยู่เสมอถึงผลเสียของการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร
     5.ไม่ไปในที่ไม่ปลอดภัย
     6.ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นควรปรึกษาพ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือครู อย่าตัดสินใจด้วยตัวเอง

ชุมชนควรมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมเพื่อป้องกันปัจจัยเสี่ยง ดังนี้
     1.จัดโครงการอบรมเรื่องเพศศึกษาสำหรับวัยรุ่น
     2.จัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาภายในชุมชน
     3.จัดกลุ่มเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง

สภาพสังคมปัจจุบัน  เป็นปัจจัยที่ชักนำให้วัยรุ่นมีพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสมและเป็นอันตรายโดยเฉพาะอาจนำมาซึ่งการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร วัยรุ่นจึงควรเรียนรู้วิธีการหลีกเลี่ยงและป้องกันตนเองจากปัจจัยและสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงจากปัจจัยและสถานการณ์ดังกล่าวได้ปัจจัยและสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์มีหลายประการที่สำคัญ มีดังนี้

      1. การเที่ยวสถานเริงรมย์  เช่น ผับ บาร์ เธค คาราโอเกะ เป็นต้น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ขาดสติและอาจแสดงออกทางเพศที่ไม่เหมาะสม ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆตามมา ดังนั้นวัยรุ่นจึงควรปฏิบัติดังนี้       – ไม่ควรไปเที่ยวสถานเริงรมย์
       – ไม่ทดลองดื่มของมึนเมา
       – แต่งกายให้เรียบร้อย       
       – รู้จักวางแผนที่จะช่วยตัวเองล่วงหน้า
       – บอกผู้ปกครองทุกครั้ง ว่าจะไปไหน กับใคร

2. การอยู่หอพัก เมื่อจำเป็นที่จะต้องอยู่หอพัก  ควรเลือกที่พักอาศัยดังนี้
       – แต่งกายให้มิดชิดขณะอยู่ภายในหอพัก
       – ก่อนนอนปิดประตู ใส่กลอนให้เรียบร้อย
       – ควรอยู่หอพักที่แยกหญิง แยกชาย
       – การเดินทางสะดวก ไม่เปลี่ยว
       – มียามรักษาความปลอดภัย

  3. การสนทนากับเพื่อนต่างเพศทางอินเทอร์เน็ต  มีข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์เป็นประจำ เกี่ยวกับการนัดพบกัน จนเป็นเหตุให้เกิดมีเพศสัมพันธ์ และปัญหาสังคมตามมา
      4. วันวาเลนไทน์  เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของวัยรุ่น และเป็นปัจจัยเสี่ยงทางสังคมต่อการมีเพศสัมพันธ์ ดังนั้นจึงควรรู้จักหลีกเลี่ยงและป้องกันตนเองจากปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว
      5. สื่อลามก  ปัจจุบันสื่อที่นำเสนอเรื่องเพศมีมากมาย ซึ่งจัดเป็นปัจจัยเสี่ยงของสังคมที่มีต่อการมีเพศสัมพันธ์  เช่น หนังสือการ์ตูน ซีดี เว็บไซท์โป๊